Get Adobe Flash player

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ไก่แจ้กับพลอย

"เพชรพลอยนั้นได้แก่ธรรม ได้แก่ความดีทั้งหลายที่เราสร้างมา สู้ข้าวสุกข้าวสารเมล็ดเดียวก็ไม่ได้ คือหาอยู่หากินไปตามประสาของสัตว์ไม่มีสาระอะไร อยู่กินไปวันหนึ่งๆ ตายแล้วก็ไปเท่านั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่เหมือนผู้บำเพ็ญความดีงาม"

   การประกอบความดีไม่ฝืนไม่ได้ ต้องฝืนกัน แต่กิเลสมันหนาเท่าไรมันก็ฟัดเราเต็มเหนี่ยวๆ เงยคอขึ้นจากหมอนไม่ได้ ป่วยเรื้อรังนอนจมอยู่กับหมอน ความขี้เกียจขี้คร้านให้จมอยู่ในนั้น กิเลสเวลามันหนาให้ฟื้นธรรมขึ้นมา เราเกิดมาเป็นมนุษย์นี้ ยิ่งมีความเลื่อมใสพุทธศาสนาแล้วเรียกว่าเรามีวาสนาเต็มที่แล้ว ผู้ที่เห็นศาสนาเหมือนไก่แจ้กับเพชรกับพลอยนั่น ไก่แจ้ตั้งแต่เราเรียนหนังสือเป็นนักเรียนอยู่ หนังสือเล่มนั้นเขาเรียกธรรมจริยา การประพฤติธรรม แนวทางแห่งการประพฤติธรรม เวลาแปลออกแล้ว ผู้ที่ไม่มีนิสัยเกี่ยวข้องกับอรรถกับธรรมเลยเพื่อเป็นความดีงามแก่ตน มีแต่ความมืดบอด ก็เหมือนกับไก่แจ้ตัวนั้น

   เราเลยไม่ลืมตั้งแต่เป็นนักเรียนอยู่นั้น ไก่แจ้ตัวหนึ่งคุ้ยเขี่ยหาอาหาร ไปพบพลอยเม็ดหนึ่งงามดีมีค่ามาก จึงร้องเปรยๆ ขึ้นว่า นี่ถ้าเจ้าของของเจ้ามาพบเจ้าเข้าเช่นนี้ เขาคงเก็บเจ้าไปฝังไว้ในหัวแหวนตามเดิม แต่นี้เจ้าไม่มีประโยชน์อะไรแก่เรา สู้ข้าวสุกข้าวสารเมล็ดเดียวก็ไม่ได้ ว่าแล้วก็คุ้ยเขี่ยเลยไปในแปลงอื่นๆ สรุปความว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ของที่ดีย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่รู้จักใช้เท่านั้น เรามันติดใจมาเองนะก็เลยมาเป็นคติธรรม อันนี้มันมาจากชาดก(เรื่องราวที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่า) เวลาบวชแล้วไปเรียนจึงไปเจอเอานั้น โอ๊ย ออกจากนี้เอง นั่นเป็นอย่างนั้น ถ้าผู้ไม่มีนิสัยแล้วเห็นการทำบุญให้ทานเป็นเพชรเป็นพลอยไม่เกิดประโยชน์ สู้ข้าวสุกข้าวสารไม่ได้ หากินไปวันหนึ่งๆ ถือว่าเลิศว่าเลอว่าประเสริฐ การเสาะแสวงหาศีลหาธรรมเป็นอาหารทิพย์เข้าสู่ใจไม่สนใจ ก็ไม่ได้ประโยชน์ได้อะไร พากันจำเอานะ

   คำว่าเพชรพลอยนั้นได้แก่ธรรม ได้แก่ความดีทั้งหลายที่เราสร้างมา สู้ข้าวสุกข้าวสารเมล็ดเดียวก็ไม่ได้ คือหาอยู่หากินไปตามประสาของสัตว์ไม่มีสาระอะไร อยู่กินไปวันหนึ่งๆ ตายแล้วก็ไปเท่านั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่เหมือนผู้บำเพ็ญความดีงาม ได้ธรรมประเภทนี้ครองใจแล้วถึงความพ้นทุกข์ได้ ไม่ได้เหมือนข้าวสุกข้าวสารนะ ต่างกัน ท่านจึงสอนว่า ของที่ดีย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้รู้จักใช้เท่านั้น เอาละพอวันนี้ พากันจำ

คัดลอกจากส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา
เรื่อง แล้วแต่นิสัยวาสนาบารมีของผู้สร้าง
๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี


Copyright © 2559. www.burapajan.com บูรพาจารย์ บุรพาจารย์ ชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอน พระบุรพาจารย์ พระป่ากรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต