Get Adobe Flash player

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

กระต่ายตื่นตูม

   "อย่างว่ากระต่ายตื่นตูมก็คือไม่มีเหตุมีผล ตื่นตามกันไป ใครว่าอะไรดีก็เห่อตามเขาๆ นี่ละกระต่ายตื่นตูม"

   ในอรรถในธรรมท่านแสดงไว้ว่า กระต่ายมันนอนอยู่ใต้ต้นตาล มันนอนเพลินของมัน กระต่ายก็พวกนี้แหละ พวกอยู่ใต้ถุนศาลานี่ นอนเพลินอยู่ใต้ต้นตาล อยู่ๆ ลมพัดมา มะตูมหล่นจากขั้วของมันลงมาถูกก้านตาลโครมคราม ตูมเลย กระต่ายนึกว่าฟ้าถล่มก็วิ่งเลยเทียว วิ่งหนีตายนึกว่าฟ้าถล่ม วิ่งมาอะไร ฟ้าถล่ม คนนี้ก็วิ่งตามกัน คนนั้นก็ว่าฟ้าถล่มๆ วิ่งไปตามกัน ไม่ได้หาเหตุหาผล ตื่นกันพูดง่ายๆ วิ่งตามกัน ไปก็ไปเจอพญาราชสีห์เข้าน่ะซี กำลังวิ่งกันมา ขาหักขาอะไรไม่สนใจขอเอาชีวิตรอด กระต่ายมันตื่นตูม เข้าใจว่าฟ้าถล่ม

   พอไปถึงพญาราชสีห์ วิ่งอะไรมา หยุดก่อนๆ ยังจะวิ่งอีกอยู่ หยุดก่อน พญาราชสีห์ให้หยุด วิ่งกันมาอะไรไม่ได้เหตุได้ผล วิ่งตาลีตาลาน ลักษณะหนีตายกันมาทั้งนั้นแหละ แต่มันจะไปหาที่ตาย วิ่งอะไรกันมา พญาราชสีห์ถามชัดเจนแล้ว วิ่งกันมาอะไร ว่าฟ้าถล่ม ฟ้าถล่มที่ไหน ไล่กันไปๆ ก็ไปจนตรอกที่กระต่ายตัวนั้น กระต่ายตื่นตูมมันว่าฟ้าถล่ม ไปพาเราไปดูหน่อยน่ะเป็นยังไง ฟ้าถล่มที่ไหน ไล่คนนั้นไล่คนนี้ไป ไปติดกระต่ายนั่นละ กระต่ายพาตื่น ฟ้าถล่มที่ไหน ไปก็ไปถึงต้นตาล มันมีต้นมะตูมอยู่ข้างบน ลูกมะตูมหล่นลงมามาถูกก้านตาลโครมคราม ตูมลงนั้น กระต่ายนอนเพลินอยู่ใต้ร่มตาลนั่นแหละ มันนึกว่าฟ้าถล่มมันก็วิ่ง พอมาดูที่ฟ้าถล่ม ดูแล้วก็เห็นมะตูม

   พญาราชสีห์ก็สอนว่า ทำอะไรให้มีเหตุมีผล อย่าพากันตื่นข่าวไม่เกิดประโยชน์อะไร อย่างกระต่ายตัวนี้ทำสัตว์ให้พินาศฉิบหายไปมากมาย วิ่งชนอะไรไม่ว่า ขาหักอะไรก็ไม่ว่า วิ่งเผ่นกันมาเป็นฝูงๆ พวกวิ่งตามกระต่าย วิ่งเป็นฝูงๆ มาเลยเทียว หนีตาย ทั้งๆ ที่จะวิ่งไปตายก็ไม่รู้ พญาราชสีห์ห้ามเอาไว้ กลัวพญาราชสีห์ แล้วถามเหตุถามผล แล้วก็ไล่กลับไปหาที่ฟ้าถล่ม ไปดูไม่มีฟ้าถล่ม ตรงนี้แหละฟ้าถล่มตรงนี้ๆ ว่างั้น ครั้นไปดูก็เห็นมะตูมหล่นอยู่นั้นลูกหนึ่ง แล้วอยู่นี้เป็นก้านตาล หล่นใส่ก้านตาลโครมคราม ตูมลงมานี้ฟ้าถล่ม อ๋อ อันนี้เองฟ้าถล่มอย่างนี้เอง แล้วก็สอนสัตว์ทั้งหลายให้รู้เรื่องรู้ราว ทำอะไรอย่าผลีผลามอย่าพรวดพราด ให้มีเหตุมีผล

   มะตูมหล่นลงใส่ก้านตาลตกลงมานี้ กระต่ายนอนอยู่นี้ รอยมันนอนอยู่นี้ โครมครามตูมลงมานี้นึกว่าฟ้าถล่มก็ไปเลย นี่ละทำอะไรไม่มีเหตุมีผล ไม่เหมาะสม ท่านว่า เวลาไปอ่านมันอยู่ในคัมภีร์นู่น ท่านดึงออกมาเป็นนิทานอีสป เราเป็นนักเรียนเราเรียน เราควรจะมีเหตุมีผล พญาราชสีห์คืออะไร ก็คือธรรม เรื่องกิเลสหลอกสัตว์โลกให้วิ่งจนขากุดขาด้วนก็ไม่ว่า เป็นตายไม่ว่าไม่คำนึง ตื่นกันเป็นบ้ากันทั่วสามแดนโลกธาตุ พวกฟ้าดินถล่มทั้งนั้นพวกนี้ ตื่นกันไม่หยุดไม่ถอย ธรรมพระพุทธเจ้าจ้าลงมานี้ ห้าม ไล่เบี้ยเข้าหาเหตุหาผล ให้พากันมีเหตุมีผล อย่าพากันตื่น นั่นละท่านสอนไว้ในธรรม

   อันนี้เรายิ่งกลัวนะ พูดอยู่ในท่ามกลางนี้ เดี๋ยวกระต่ายจะมาวิ่งเหยียบหัวราชสีห์กำลังสอนอยู่นี้อีก ราชสีห์ตัวเดียว กระต่ายมันเต็ม พวกสัตว์วิ่งตามกระต่ายมันเต็มศาลานี่ เดี๋ยวโครมครามมาเหยียบหัวหลวงตาบัว จะฟ้าดินถล่มตรงนี้อีก เรานี้กลัวเหลือเกิน จำให้ดีนะพวกนี้น่ะ พวกฟ้าดินถล่ม ให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม เสียงอรรถเสียงธรรมเป็นเสียงที่ปราบความทุกข์ทรมาน ความหลงใหลโลเลทั้งหลาย ลงในธรรมแล้วมีเหตุมีผลทุกอย่าง ไม่มีธรรมไม่มีเหตุมีผลนะ ทำอะไรก็ทำไป สักแต่ว่าทำ ครั้นเวลาถามแล้วก็ฟ้าดินถล่มไปแบบเดียวกันหมด หาฟ้าดินถล่มที่ไหนไม่มีเสีย มันโลเลนะนี่ หลงโลเลไปตามโลกตามสงสาร เห็นอะไรมาตื่น คว้ามับๆ ยิ่งของเมืองนอกเมืองนามาแล้วฟ้าดินถล่มเลยละ วิ่งว่อน มีเท่าไรซื้อหมด กระเป๋าแฟบจนไม่มีเหลือ นี่พวกฟ้าดินถล่ม กระเป๋าแฟบไปหมดเลย เข้าใจเหรอพวกฟ้าดินถล่ม มันตื่นข่าวตื่นบ้ากัน เห็นอะไรมายิ่งว่าเป็นของเมืองนอกแล้วดีหมด อยากกราบจนกระทั่งขี้เขานู่นน่ะ

   นี่แสดงว่าไม่ตั้งหน้าตั้งตาฟิตตัวให้ดิบให้ดี เอามาเป็นตัวอย่าง แล้วทัดเทียมกันไป ดีไม่ดีเหยียบหัวเขาไปด้วย ถ้ามีสติ-ปัญญามาพินิจพิจารณา มีแต่เห่อตื่นข่าวเฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะตื่นอย่างนี้ เรื่อยๆ ไปนะ จะหลงบ้าเรื่อยไป ของอยู่ในเมืองไทยของเจ้าของเลี้ยงมาตั้งแต่ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่เห็นตาย ก็ไม่เห็นเป็นของดิบของดี ถ้าเป็นของเมืองนอกมาเป็นบ้าฟ้าดินถล่มเลยละ ถ้าเป็นของเมืองนอกอะไรมาก็ฟ้าดินถล่มๆ แม้ที่สุดแอปเปิลแอปแป้นตะกี้นี้ก็มีอยู่ นี่ก็ฟ้าดินถล่มถ้ามาจากเมืองนอก ฟ้าดินถล่มนะ อยู่ในเมืองไทยเราไม่สนใจ ผู้ขายเขาขายก็เพื่อจะหนุนชาติไทยของเราให้มีความแน่นหนามั่นคง อันนี้มีแต่บอกฟ้าดินถล่ม เอาแหลกหมด ไม่มีเหลือนะ นี่ละพวกฟ้าดินถล่มอยู่ใต้ถุนศาลานี่ ฟังให้ดีนะ ให้มีเหตุมีผลทำอะไร

   ท่านสอนไว้ตรงไหน บทเวลาเราไปบวช บวชแล้วไปเรียนไปเจอเข้าในคัมภีร์ๆ แล้วเอามาพิจารณา จึงได้คติตอนนั้น อ๋อท่านเอาไปจากนี้ๆ ออกมาเป็นนิทานสอนเด็ก สอนทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กไปหมด มีหลายเรื่องนะที่มันติดมาตั้งแต่เราเป็นนักเรียน เอามาสอนเป็นคติหมด มีหลายอย่างหลายเรื่องนิทาน ออกมาจากนิทานอีสป เรายังจำได้นิทานอีสป

   ให้พากันมีหลักมีเกณฑ์บ้างทำอะไร ถ้าว่าภาวนานั้นก็ฟ้าดินถล่มละ เข้าใจไหม เดินจงกรมภาวนานี้ก็ฟ้าดินถล่ม คือกระต่ายตื่นตูม ฟ้าดินถล่ม ตื่นไปกับกิเลสนั้นละ เรื่อยเป็นบ้าไป สติไม่อยู่กับใจ ภาวนาคำบริกรรมไม่อยู่กับใจ ไปอยู่กับฟ้าดินถล่มเสียหมด จิตเพลินไปนู้นและเพลินไปนี้ มันเพลินทางนู้นเพลินทางนี้แบบฟ้าดินถล่มเรื่อย ใครเดินจงกรมนั่งภาวนาที่ไหนมีแต่พวกฟ้าดินถล่มทั้งนั้น อยู่ในบริเวณวัดนี้ นอกวัดมีตั้งแต่ฟ้าดินถล่มใหญ่กว่านี้อีกนะ แต่อยู่ในวัดก็ยังฟ้าดินถล่มขนาดนี้ มันเป็นยังไงหลวงตาบัว สอนเป็นยังไงถึงได้ฟ้าดินถล่มขนาดนั้นวะ

   ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นธรรมห้ามสิ่งที่ไม่มีเหตุมีผล โลเลโลกเลก ให้เข้าสู่กรอบแห่งเหตุผลหลักธรรม ปฏิบัติตัวตามนั้นๆ คนเรามันก็มีกฎเกณฑ์ อันนี้ทำอะไรไม่มีความหมาย ทำตามความอยากความทะเยอทะยาน เห่อตามกันไม่เกิดประโยชน์นะ นี่ละว่าฟ้าดินถล่มคือเห่อตามกัน

นิทานธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
คัดลอกจากส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา
เรื่อง เครื่องประดับให้สวยงาม
๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
www.luangta.com


Copyright © 2559. www.burapajan.com บูรพาจารย์ บุรพาจารย์ ชีวประวัติ ปฏิปทา คติธรรมคำสอน พระบุรพาจารย์ พระป่ากรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต