Blue Flower

คงเป็นที่สงสัยกันมากเลยล่ะครับ ว่าพระอินทร์ พระพรหม เทวดาในสรวงสวรรค์ ท่านไหว้ใคร อย่าเก็บเอาความสงสัยของท่านไว้ให้หนักใจเลยครับ ลองมาศึกษาหาความจริงกับผมเถอะ แล้วท่านจะหายสงสัย 

พระพรหม ท่านไหว้ใคร ?
แล้วทำไม..คนถึงไหว้พระพรหม ?
          คงเป็นที่สงสัยสำหรับหลายต่อหลายท่าน แม้ข้าพเจ้าเองยังเกิดความสงสัยเลยเช่นกัน ว่าพระพรหม (เป็นชื่อเรียกของท่าน บางท่านเรียกพระพรหม บางท่านเรียกพระอินทร์ บางท่านเรียกท้าวสักกะเทวราช)ผู้ปกครองเทพเจ้าทั้งปวง พระพรหมผู้เป็นใหญ่แห่งทวยเทพเทวดาทั้งหลายในสวรรค์ ท่านให้ความเคารพยำเกรงต่อใคร ท่านเป็นผู้มีอำนาจ มีบุญฤทธิ์ธานุภาพสูงส่ง สามารถเนรมิตอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา คงแต่ไม่สามารถลิขิตชีวิตคนได้ดังนิยายเขาว่าหรอกนะ (เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีได้ดี ชั่วได้ชั่ว) แต่ท่านสามารถช่วยคนดีให้รอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ นานัปการ เสวยทิพย์สมบัติด้วยความสุขสบายเพราะอำนาจแห่งกุศลผลบุญที่บำเพ็ญไว้สมัยเป็นมนุษย์
        แล้วท่านรู้มั้ยว่าพระพรหมผู้เป็นใหญ่ของทวยเทพ ท่านเคารพนับถือ ท่านทรงกราบไหว้ผู้ใดบ้าง ข้าพเจ้าก็เก็บความสงสัยนี้มานานเป็นแรมปี กว่าจะได้คำตอบ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ข้าพเจ้าขอนำเรื่องพระพรหมท่านทรงไหว้ใคร..มานำเสนอผู้อ่านทุกท่าน
       ครั้งหนึ่ง ท้าวสักกะเทวราช  เสด็จออกจากวิมาณไปสู่สวนอุทยาน ได้ยกพระหัตถ์ขึ้นนมัสการทิศทั้ง ๑๐ ครั้งนั้นมาตลีเทพบุตร (คนขับราชรถ) เห็นเข้าจึงทูลถามว่า “พระองค์ทรงนมัสการทิศทั้ง ๑๐ ด้วยเหตุไร”
        ท้าวสักกะเทวราชได้ตรัสตอบว่า “ดูก่อนมาตลี เรานมัสการคน ๑๐ จำพวก คือ       
          ๑.คนที่มีศรัทธาทำบุญให้ทาน ถวายปัจจัย ๔ แก่ผู้มีศีล และมีธรรม
        ๒.คนที่ประพฤติสุจริต ๓ คือ กายสุจริต (ประพฤติชอบด้วยกาย) วจีสุจริต (ประพฤติชอบด้วยวาจา) มโนสุจริต (ประพฤติชอบด้วยใจ)
        ๓.ผู้มีความเคารพยำเกรงต่อบิดา
        ๔.ผู้มีความเคารพยำเกรงต่อมารดา
        ๕.ผู้ถึงพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่กราบเคารพกราบไหว้บูชา
        ๖.ผู้ที่รักษาศีล ๕ ศีล ๘ อยู่เสมอ
        ๗.ผู้ทำบุญกุศลแล้วอุทิศส่วนบุญไปให้แก่เทวดา ญาติ เปรต ฯลฯ
        ๘.ผู้มีความเคารพต่อครูบาอาจารย์ ผู้มีศีลธรรม ผู้หลักผู้ใหญ่
        ๙.ผู้สงเคราะห์บุตร ภรรยา ญาติ
        ๑๐.ภรรยาผู้มีความเคารพต่อสามี อยู่ทุกทิวาราตรีมิได้ขาด
        ด้วยคนทั้ง ๑๐ จำพวกนี้ มีคุณมาก ทำความสุขความเจริญให้บังเกิดแก่ตน และบุคคลอื่นด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงมีความเคารพในบุคคลจำพวกนั้น
        มาตลีเทพบุตรได้ฟังท้าวสักกะเทวราชตรัสดังนั้น ก็มีความปลื้มปิติยินดี จึงกล่าวกับท้าวสักกะเทวราชว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่าเทพทั้งปวง พระองค์มีความเคารพในบุคคลจำพวกใด ข้าพเจ้าก็มีความเคารพในบุคคลจำพวกนั้น”
        เหล่าเทพเทวดาในสวรรค์ทั้งหลาย ต่างพากันอนุโมทนา อำนวยอวยพรให้แก่คน ๑๐ จำพวกดังกล่าวมานั้นแล.
        ..แล้วท่านล่ะครับ เป็นหนึ่งในจำพวกที่กล่าวมาหรือไม่ ถ้ายังจงรีบทำให้เกิดมีขื้นในตนเถิด ความสุข ความเจริญ จักเกิดมีแก่ท่านทั้งหลาย เทวดาจักคุ้มครองรักษาท่าน..
 
ทำไมคนถึงไหว้พระพรหม
 
        สาเหตุที่คนไหว้พระพรหมนั้น เพราะท่านเป็นผู้มีคุณธรรมประจำตน คุณธรรมของพระพรหมนั้น คือ พรหมวิหาร ๔ แปลว่า ธรรมของพรหมหรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ หลักธรรมนี้ได้แก่
 
๑. เมตตา : ความปราถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ความสุขเกิดขึ้นได้ทั้งกายและใจ เช่น ความสุขเกิดการมีทรัพย์ ความสุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์เพื่อการบริโภค ความสุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้
และความสุขเกิดจากการทำงานที่ปราศจากโทษ เป็นต้น
 
.กรุณา : ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ความทุกข์ คือ สิ่งที่เข้ามาเบียดเบียนให้เกิดความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน พระพุทธองค์ทรงสรุปไว้ว่า ความทุกข์มี ๒ กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
   - ทุกข์โดยสภาวะ หรือเกิดจากเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น การเกิด การเจ็บไข้ ความแก่และ
ความตายสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เกิดมาในโลกจะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรวมเรียกว่า กายิกทุกข์
   - ทุกข์จรหรือทุกข์ทางใจ อันเป็นความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุที่อยู่นอกตัวเรา เช่น เมื่อปรารถนาแล้วไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ รวมเรียกว่า เจตสิกทุกข์
 
๓. มุทิตา : ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี คำว่า "ดี" ในที่นี้ หมายถึง การมีความสุขหรือมีความเจริญก้าวหน้า ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีจึงหมายถึง ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น ไม่มีจิตใจริษยา ความริษยา คือ ความไม่สบายใจ ความโกรธ ความฟุ้งซ่านซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตน เช่น เห็นเพื่อนแต่งตัวเรียบร้อยแล้วครูชมเชยก็เกิดความริษยาจึงแกล้งเอาเศษชอล์ก โคลน หรือหมึกไปป้ายตามเสื้อกางเกงของเพื่อนนักเรียนคนนั้นให้สกปรกเลอะเทอะ เราต้องหมั่นฝึกหัดตนให้เป็นคนที่มีมุทิตา เพราะจะสร้างไมตรีและผูกมิตรกับผู้อื่นได้ง่ายและลึกซึ้ง
 
๔. อุเบกขา : การรู้จักวางเฉย หมายถึง การวางใจเป็นกลางเพราะพิจารณาเห็นว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว ตามกฎแห่งกรรม คือ ใครทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นย่อมตอบสนองคืนบุคคลผู้กระทำ เมื่อเราเห็นใครได้รับผลกรรมในทางที่เป็นโทษเราก็ไม่ควรดีใจหรือคิดซ้ำเติมเขาในเรื่องที่เกิดขึ้น เราควรมีความปรารถนาดี คือพยายามช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ในลักษณะที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
 
ไม่ว่าแต่พระพรหมเท่านั้นครับ ใครมีคุณธรรมประจำใจสี่ประการนี้ ก็น่ากราบไหว้เลยทีเดียว จึงสมดังพุทธพจน์ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "บูชาในสิ่งที่ควรบูชา เป็นมงคลอันสูงสุด"
 
ก่อนจบข้าพเจ้าจะขอเล่าเรื่องพระพรหมให้ท่านฟัง ว่าในโลกมนุษย์นี้ก็มีพระพรหมมากอยู่มิใช่น้อย และท่านอยากจะเห็นมั้ยเล่าว่าพระพรหมนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ใส่ชฏา มีเครื่องประดับกายสวยงามขนาดไหน มีสี่หน้าอย่างในรูปภาพหรือเปล่า ไม่หรอกครับ พระพรหมก็มีหน้าเดียวอย่างเราๆ ท่านๆ นี้ล่ะ เพียงแต่ท่านมีคุณธรรมสีประการประจำจิตใจ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น และพระพรหมในโลกมนุษย์นี้ก็คือ บิดามารดาของเรานั่นเอง พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "บิดามารดา ชื่อว่า เป็นพรหมของบุตร เป็นพระอรหันต์ของบุตร เป็นอาจารย์คนแรกของบุตร ผู้ใดมีความเคารพในบิดามารดา ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งใจปัจจุบันแลเบื้องหน้า"
 
เมื่อเหล่าท่านทั้งหลายทราบแล้วว่าพระพรหมมีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไร เราก็ควรจะกราบไหว้ สักการะบูชาพระพรหมประจำตนของเรานั้น ความเจริญรุ่งเรือง พร้อมความสุขทุกประการ จักเกิดมีขึ้นกับท่านแล..
 
ตะวัน คำสุจริต
๒๖ กันยายน ๒๕๕๓
Chandler, Arizona U.S.A.