Blue Flower

หลวงปู่อ่อน  ญาณสิริ วัดนิโครธาราม ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

หลวงปู่อ่อน  ญาณสิริ  พระอริยสงฆ์ผู้มีความเด็ดเดี่ยวอาจหาญ  แห่งวัดป่านิโครธาราม  บ.หนองบัวบาน  ต.หมากหญ้า  อ.หนองวัวซอ  จ.อุดรธานี  ในบรรดาศิษย์ของหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต  นามเดิมท่านชื่อ  อ่อน  นามสกุล  กาญวิบูลย์  ท่านถือกำเนิดเมื่ออังคาร  ขึ้น  ๗ ค่ำ  เดือน  ๗  ปีขาล  ตรงกับปี พ.ศ. ๒๔๔๕  ณ  บ้านดอนเงิน  ต.แซแล  อ.กุมภวาปี  จ.อุดรธานี  บิดาท่านชื่อ  เมืองกลาง  มารดาท่านชื่อ  บุญมา  ท่านเป็นบุตรคนที่  ๘  ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด  ๒๐  คน

ในวัยเด็ก  ท่านเป็นคนเฉลียวฉลาด  มีสติปัญญาดี  ช่วยการงานต่างๆ  ของบิดามารดา  ต่อมาได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยา  เรียนภาษาขอม  ภาษาลาว  ภาษาไทย 

การบรรพาชา

อายุ  ๑๖  ปี  ท่านมีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพุทธศาสน  จึงตั้งในว่าจะบวชทดแทนคุณบิดามารดา  และก็ไปกราบลาบิดามารดาพร้อมพูดกับท่านว่า  “ผมบวชแล้วจะไม่ลาสิกขา”  เมื่อบิดามารดาได้ฟังเช่นนั้นก็อนุโมทนาให้พรขอให้ประสบความสำเร็จตามประสงค์  ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร  ณ  วัดจอมศรี  บ.เมืองเก่า  อ.กุมภวาปี  จ.อุดรธานี  โดยมีพระครูพิทักษ์คณานุการ  เป็นพระอุปัชฌาย์  พอบวชแล้วท่านมีความขยันหมั่นเพียร  ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนหลักพระธรรมวินัย  ไหว้พระสวดมนต์   ในปีพุทธศักราช  ๒๔๖๖ท่านออกเดินธุดงค์ปฏิบัติธรรม  และได้พบกับองค์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล  และหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต  ณ  วัดป่าบ้านค้อ  อ.บ้านผือ  จ.อุดรธานี  ท่านเห็นปฏิปทาในการปฏิบัติเกิดความเลื่อมใสศรัทธา  จึงเข้าไปกราบมอบกายถวายตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่เสาร์  กันตสีโล  และหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต

การอุปสมบท

พ.ศ.  ๒๔๖๔  ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกาย  ณ  วัดปะโค  อ.กุมภวาปี  จ.อุดรธานี  โดยมีพระอาจารย์จันทา  เป็นพระอุปัชฌาย์  อายุได้  ๒๔  ปี  ท่านได้ญัตติเป็นพระธรรมยุตติกนิกาย  ทั่วัดโพธิสมภรณ์  อ.เมือง  จ.อุดรธานี  โดยมีพระธรรมเจดีย์  (จูม  พันธุโล)  เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น  พระครูชิโนวาทธรรมรงค์  เป็นพระอุปัชฌาย์  พระครูอดิศัยคุณาธาร  (คำ  อรโก)  เป็นพระกรรมวาจาจารย์  ก่อนที่หลวงปู่เสาร์หลวงปู่มั่น  จะให้หลวงปู่อ่อน  ญัตติเป็นพระธรรมยุตนั้น  ท่านต้องปฏิบัติตามนี้  คือ  ๑.ให้ฝึกภาวนาต่อไปอีก  ๑  ปี  ๒.ต้องท่องหนังสือนวโกวาทให้จบ  ๓.ต้องท่องพระปาติโมกข์ให้จบ  ด้วยความมุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร  ท่านท่องหนังสือนวโกวาท  ๔  วันจบ  ท่องพระปาติโมกข์  ๗  วันจบ  ท่านจึงได้ญัตติ  และได้เดินธุดงค์ปฏิบัติธรรมติดตามหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต  ไปตามสถานที่ต่างๆ  เพื่อหาความสงบวิเวกในการบำเพ็ญสมณธรรม

การมรณภาพ

หลวงปู่อ่อน  ญาณสิริ  ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ  เมื่อวันที่  ๒๗  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๒๔  ณ  โรงพยาบาลรามาธิบดี  กรุงเทพมหานคร  สิริรวมอายุได้  ๘๐  ปี  ๕๘  พรรษา  และได้รับพระราชทานเพลิงศพในวันที่  ๒๗  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๒๕  ต่อมาทางคณะศิษย์ได้สร้างเจดีย์พิพิธภันฑ์  เพื่อบรรจุอัฐิธาตุ  อัฐบริขาร  ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้สักการบูชา  เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต

คติธรรมคำสอน

๑.การเปิดจิตใจให้กว้างสว่างไสวนั้น เป็นนิสัยของชาวพุทธโดยตรง เราเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า ทาน ศีล ภาวนา หรือ การทำดีได้ดี การทำชั่วได้ชั่วจริง ก็ควรที่จะรีบขวนขวายหาทางสร้างความดีเสีย จะได้มีกำลังใจของจิตใจต่อไป คนเราในโลกนี้เกิดมาแล้วย่อมมีความดีและความชั่วประปนกันไป ไฉนเราจึงจะพบกับความดีเดียงอย่างเดียว อะไรๆ ก็ไม่สู้การสร้างความดีนะ ความดีนั้น ผู้ใดสร้าง ผู้นั้นย่อมมีความสุขเย็นอกเย็นใจ การให้อภัยนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบัน โลกเราต้องการคนดี โลกต้องการให้อภัย เพราะนั่นเป็น ทางแห่งความสันติสุขนะ ต้องให้อภัยทำให้ใจกว้างขวาง จึงจะได้ชื่อว่า เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแท้จริง

               ๒.เมื่อเรามีความท้อถอยอิดหนาระอาใจต่อความเพียรของตนนั้น ให้พึงระลึกถึงพระพุทธองค์ผู้เป็นบรมครูของพวกเราว่า พุทโธ ธมฺโม สงฺโฆจาติ นานาโหนฺคมฺปิ วตฺถุโต คือ ให้ยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอารมณ์ โดยเฉพาะพระพุทธเจ้าของพวกเรา ก่อนที่พระองค์จะทำลายรังของกิเลสได้อย่างราบคาบ พระองค์ก็ใช้อาวุธ หลายอย่างหลายชนิดเข้าประหัตประหาร จนกิเลสยอมจำนนต่อหลักฐาน ยอมให้พระองค์โขกสับได้อยางสบาย ขันติ พระองค์ก็นำมาใช้ เช่น พระองค์บำเพ็ญทุกรกิริยา คือ การกระทำที่บุคคล ทั้งหลายในโลกทำได้ยากยิ่ง เพราะต้องใช้ความอดทนอย่างใหญ่หลวง จนเอาชนะกิเลส ทั้งหลายทั้งปวงได้ พวกท่านทั้งหลายเมื่อเข้ามาอยู่ป่าแล้ว ก็ได้ชื่อว่าทำตามคำสอน ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่นิยมอยู่บ้าน คลุกคลีด้วยหมู่ เพราะการคลุกคลีด้วยหมู่ จิตใจของเราก็จะไหลไปสู่อารมณ์ต่างๆ ได้ง่าย โอกาสที่จะทำให้จิตเป็นสมาธิ หรือทำให้จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งนั้นยากเหลือเกิน

               ๓.เมื่อเรามีความท้อถอยอิดหนาระอาใจต่อความเพียรของตนนั้น ให้พึงระลึกถึงพระพุทธองค์ผู้เป็นบรมครูของพวกเราว่า พุทโธ ธมฺโม สงฺโฆจาติ นานาโหนฺคมฺปิ วตฺถุโต คือ ให้ยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอารมณ์ โดยเฉพาะพระพุทธเจ้าของพวกเรา ก่อนที่พระองค์จะทำลายรังของกิเลสได้อย่างราบคาบ พระองค์ก็ใช้อาวุธ หลายอย่างหลายชนิดเข้าประหัตประหาร จนกิเลสยอมจำนนต่อหลักฐาน ยอมให้พระองค์โขกสับได้อยางสบาย ขันติ พระองค์ก็นำมาใช้ เช่น พระองค์บำเพ็ญทุกรกิริยา คือ การกระทำที่บุคคล ทั้งหลายในโลกทำได้ยากยิ่ง เพราะต้องใช้ความอดทนอย่างใหญ่หลวง จนเอาชนะกิเลส ทั้งหลายทั้งปวงได้ พวกท่านทั้งหลายเมื่อเข้ามาอยู่ป่าแล้ว ก็ได้ชื่อว่าทำตามคำสอน ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่นิยมอยู่บ้าน คลุกคลีด้วยหมู่ เพราะการคลุกคลีด้วยหมู่ จิตใจของเราก็จะไหลไปสู่อารมณ์ต่างๆ ได้ง่าย โอกาสที่จะทำให้จิตเป็นสมาธิ หรือทำให้จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งนั้นยากเหลือเกิน

 

อุบาสก ตะวัน คำสุจริต 

เรียบเรียง