Blue Flower

หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระอริยสงฆ์ผู้เป็นแม่ทัพธรรมสายพระป่ากรรมฐาน ลูกศิษย์รุ่นใหญ่ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณธรรมอันสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา

ท่านถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๓๒ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู ณ บ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี บิดาท่านมีนามว่า เพีย อัครวงศ์ (อ้วน) (เพียอัครวงศ์ เป็นตำแหน่งทางข้าราชการหัวเมืองลาวกาว-ลาวพวน มีหน้าที่จัดการศึกษาและการพระศาสนา) มารดาท่านมีนามว่า หล้า บุญโท
 
  การบรรพชา : ปีพุทธศักราช ๒๔๖๖ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านหนองขอน ต.หัวทะเล โดยมีพระครูป้อง เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้นบวชแล้วท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ท่องสาธยายบทพุทธมนต์
 
  การอุปสมบท : ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๔๕๒ ณ วัดสุทัศน์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็น พระศาสนดิลก พระมหาเสน ชิตเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดทัศน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
 
  ปฏิปทา : หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้ตั้งเล่าเรียนพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และได้เป็นครูสอนศีลธรรม ต่อมาท่านพิจารณาเห็นทุกข์ภัยในวัฎสงสาร พิจารณาเห็นนักเรียนทุกคนในห้องเป็นโครงกระดูกทั้งหมด ท่านเลยสนใจอยากจะออกปฏิบัติธรรมกรรมฐาน จึงได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ครั้นแล้วท่านก็ได้ออกเดินธุดงค์ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น ตามสถานที่ต่างๆ และเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ธรรมะให้กับหลวงปู่มั่น
 
  การมรณภาพ : หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ท่านมรณภาพด้วยอาการอันสงบด้วยโรคมะเร็งในกระเพราะอาหาร เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ณ วัดป่าสาลวัน จ.นคราชสีมา สิริรวมอายุได้ ๗๓ ปี พรรษา ๕๐ พรรษา
 
  คติธรรมคำสอน : ๑. เป็นผู้ตั้งอยู่ในความเคารพ ๖ ประการ คือ เคารพในพระพุทธเจ้า ๑ เคารพในพระธรรม ๑ เคารพในพระอริยสงฆ์สาวก ๑ เคารพในความไม่ประมาท ๑ เคารพในไตรสิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ๑ เคารพในปฏิสันถารการต้อนรับ ๑ ต้องเป็นผู้มีความเชื่อ ความเลื่อมใส นับถือพระรัตนาตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกของตนจริงๆ ถ้าประมาทเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  ๒. เว้นจากการนับถือพระภูมิต่างๆ คือ ไม่นับถือภูตผีปีศาจ พระภูมิเจ้าที่ เทวบุตร เทวดา มนต์ คาถา วิชาต่างๆ ต่อไป ถ้านับถือเมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  ๓. ไม่เข้ารีตเดียรถีย์ นิครณฐ์ คือไม่นับถือลัทธิ วิธี ศาสนาอื่น ภายนอกพระพุทธศาสนามาเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลีกของตนสืบต่อไป ถ้านับถือเข้ารีตเดียรถีย์เมื่อไรก็ขาดจากคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  ๔.ไม่นับถือลัทธิศาสนาพราหมณ์ คือไม่ดูไม้ดูหมอ แต่งแก้แต่งบูชา เสียเคราะห์เสียขวัญ เป็นต้น ถ้านับถือเมื่อไรก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  ๕. เป็นผู้เชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม เช่น เชื่อว่า ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีได้ดีเป็นต้น ตลอดจนเชื่อความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่สุด ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว ข้อนี้ต้องเป็นผู้มีสมาธิเสมอ ถ้าขาดสมาธิเมื่อไรก็ขาดศรัทธาความเชื่อมั่นนั้น ถ้าขาดศรัทธาความเชื่อเมื่อไรก็เศร้าหมองในคุณพระรัตนตรัยเมื่อนั้น
  วิธีปฏิบัติพระไตรสรณคมน์ท่านสอนให้ปฏิบัติใจของตนเอง เพราะคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ทั้งสามนี้สำเร็จด้วยใจ ล้วนเป็นคุณสมบัติของใจทั้งนั้น ท่านจึงสอนให้ปฏิบัติใจของตนเองให้เป็นคนหมั่น คนขยัน ไหว้พระทุกวัน นั่งสมาธิทุกวัน
 
อุบาสก ตะวัน คำสุจริต
เรียบเรียง